แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Health news แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Health news แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560


กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยคนไทยร้อยละ 57 ไม่เคยอ่านข้อมูลในฉลากแปรงสีฟันก่อนตัดสินใจเลือกซื้อแปรงสีฟัน แนะให้อ่านฉลากและเลือกแปรงสีฟันที่มีคุณภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐานกรมอนามัย เพื่อความมั่นใจได้แปรงสีฟันคุณภาพ
        นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า กรมอนามัยโดยสำนักทันตสาธารณสุขได้สำรวจพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากของคนไทยใน ปี 2554จำนวน 3,391 คน พบว่ากลุ่มตัวอย่างเลือกใช้แปรงสีฟันขนนุ่มหรือนุ่มพิเศษ ร้อยละ 52 เลือกใช้ขนนุ่มปานกลาง ร้อยละ 41 และเลือกใช้ ขนแปรงแข็ง ร้อยละ 6 อีกทั้ง ยังพบว่า ไม่เคยอ่านข้อมูลในฉลากแปรงสีฟัน ร้อยละ 57 ทั้งๆ ที่แปรงสีฟันเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลากตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ต้องระบุข้อมูลให้เพียงพอต่อการเลือกซื้อของประชาชนอาทิความอ่อนนุ่มของขนแปรง ลักษณะปลายขนแปรง วัสดุที่ใช้ผลิต และอายุที่เหมาะสมสำหรับแปรงสีฟันเด็ก เป็นต้น นอกจากนี้การติดตามเฝ้าระวังคุณภาพแปรงสีฟันที่จำหน่ายในประเทศไทยทุก 3 ปี ในปี 2554 โดยเก็บสำรวจ แปรงสีฟันกว่า 300 รุ่น เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนของฉลากและตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานวิชาการแปรงสีฟันกรมอนามัยพบว่าแปรงสีฟันที่จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และซุปเปอร์สโตร์ กว่าร้อยละ 80ผ่านมาตรฐานแปรงสีฟันของกรมอนามัย
       ทางด้าน ทันตแพทย์หญิงปิยะดา ประเสริฐสม ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กล่าวว่า แปรงสีฟันเป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำคัญที่สุด ในการทำความสะอาดช่องปาก ซึ่งทุกคนต้องใช้เป็นประจำทุกวัน แปรงสีฟันที่ดีจะต้องสามารถกำจัดคราบจุลินทรีย์ ลดโรคเหงือกอักเสบ และไม่ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อในช่องปากขณะที่แปรงฟัน ประชาชนจึงควรเลือกแปรงสีฟันที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน โดยดูที่ขนแปรงเป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นส่วนที่สัมผัสฟันและเหงือกโดยตรงในการกำจัดคราบจุลินทรีย์ ซึ่งการวิจัยยืนยันว่าขนแปรงชนิดแข็ง ปานกลาง นุ่ม สามารถกำจัดคราบจุลินทรีย์ได้เหมือนกัน โดยผู้ใช้อาจรู้สึกว่าขนแปรงแข็งทำความสะอาดฟันได้ดีกว่า แต่ขนแปรงชนิดแข็งจะทำให้คอฟันสึกทำอันตรายต่อเหงือกและทำให้เหงือกร่นตามมา และยังทำให้วัสดุอุดฟันบางประเภทเสียหายได้ ในขณะที่ขนแปรงชนิดปานกลางหรือนุ่มปานกลางอาจมีผลเช่นเดียวกับขนแปรงแข็งหากใช้วิธีแปรงฟันที่ไม่เหมาะสม การเลือกขนแปรงนุ่มปลอดภัยที่สุด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ออกประกาศให้ แปรงสีฟันทุกยี่ห้อทุกรุ่น ต้องระบุข้อมูล 5 ข้อ คือ 1) ความอ่อนแข็งของขนแปรง 2) ลักษณะปลายขนแปรงฟัน เช่น ปลายมน ปลายเรียวแหลม 3) วัสดุที่ใช้ทำขนแปรงและด้ามแปรง 4) วิธีใช้ ข้อแนะนำ และ 5) แปรงสีฟันเด็กต้องระบุกลุ่มอายุที่เหมาะสมบนฉลากด้วย เช่น ต่ำกว่า 3 ปี 3-6 ปี 6-12 ปี เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลเพียงพอใช้ประกอบการเลือกแปรงสีฟัน
        "ทั้งนี้ ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 3 เดือน และเมื่อแปรงฟันเสร็จ ต้องล้างให้สะอาด สะบัดแปรงสีฟันให้น้ำออกให้หมด เก็บในที่แห้ง มีอากาศถ่ายเท โดยวางแปรงสีฟันในแนวตั้ง และไม่ควรเก็บในกล่องเก็บหัวแปรง เพราะจะทำให้แห้งยาก เกิดการสะสมของเชื้อโรคได้ และไม่ควรเก็บแปรงสีฟันรวมๆกัน เพราะหากมีผู้ป่วย จะเป็นการแพร่เชื้อโรคได้” ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กล่าว
 
 
ศูนย์สื่อสารสาธารณะ / 28 กันยายน 2560
จากกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคเอดส์หยุดกินยาต้านไวรัส เนื่องจากหลงเชื่อว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดหนึ่งสามารถรักษาโรคเอดส์ได้ อย. เตือนอย่าหลงเชื่อนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมารักษาโรคเพราะทำให้สูญเสียโอกาสในการรักษา และหากผลิตภัณฑ์นั้นมีการปลอมปนยาแผนปัจจุบัน อาจทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซ้ำร้ายอาจถึงแก่ชีวิตได้ ที่ผ่านมา อย.มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายแล้วมากกว่า  1,400 ราย
        นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ตามที่มีข่าวเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคเอดส์ หยุดกินยาต้านไวรัส เนื่องจากหลงเชื่อว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดหนึ่งสามารถรักษาโรคเอดส์ได้นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอชี้แจงว่า อย. ไม่เคยอนุญาตให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโฆษณาว่าสามารถรักษาโรคเอดส์ได้ ขอประชาชนอย่าได้หลงเชื่อและผู้ป่วยโรคเอดส์ไม่ควรหยุดใช้ยาเอง ควรรับประทานยาภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัดพูลลาภ
          ทั้งนี้ ในส่วนของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการโฆษณาว่าสามารถรักษาโรคเอดส์หรือรักษาโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ความดัน มะเร็ง ไต ตา สะเก็ดเงิน เป็นต้น ที่ผ่านมา อย. ได้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด (ผู้จำหน่าย ผู้ผลิต พิธีกร และ ผู้ดำเนินรายการ) ตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง มากกว่า 1,400 ราย แต่ก็ยังพบการโฆษณาอยู่ ซึ่ง อย. ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องดังกล่าว ได้มีการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวัง โดยเฉพาะทางสื่อสังคมออนไลน์ ได้ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานให้บริการอินเทอร์เน็ต (Google , Line, Facebook ) ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานความร่วมมือในการระงับการโฆษณา รวมทั้งแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อตรวจสอบการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติขายตรงและการตลาดแบบตรง
         สำหรับตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการโฆษณารักษาโรคเอดส์ อย. ได้ดำเนินการแจ้งระงับการโฆษณาดังกล่าว และยังได้รับข้อมูลเบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่สามารถรักษาโรคเอดส์ได้  ทั้งนี้ อย. จะเร่งดำเนินการตามกฎหมาย  หากเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร          อันเป็นเท็จหรือหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อ โดยไม่สมควรจะมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกิน   สามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
      รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังอย่าหลงเชื่อนำผลิตภัณฑ์           เสริมอาหารมารักษาโรค เพราะทำให้สูญเสียโอกาสในการรักษา และหากผลิตภัณฑ์นั้นมีการปลอมปนยา   แผนปัจจุบัน อาจทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซ้ำร้ายอาจถึงแก่ชีวิตได้ ทั้งนี้ อย. ขอความร่วมมือ หากพบเบาะแสการโฆษณา การผลิต/จำหน่าย ผลิตภัณฑ์สุขภาพในรูปแบบต่าง ๆ ที่ผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมาได้ที่ อย. โดยตรง ทางสายด่วน อย. 1556 หรือร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ หรือ สายด่วน บก.ปคบ. 1135 เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด
***********************************
---กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค 29 กันยายน 2560 ข่าวทั่วไป 94 /ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560---
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทร 0 2 590 7117 , 7123 โทรสาร 0 2 591 8474http://www.fda.moph.go.th/

รูปหน้าตรง สสอ.พอซี

รูปหน้าตรง สสอ.พอซี

สถิติการเข้าชม

คิดอย่างไรกับเว็บ สสอ.ธารโต

Contact us

CHAT BOX : สสอ.ธารโต

ข่าวสารสุขภาพ